มีที่ดินไม่ดูแล จะแก้ปัญหาไม่ทัน
มีที่ดินไม่ดูแล จะแก้ปัญหาไม่ทัน
การซื้อที่ดินเพื่อเก็บไว้เป็นสินทรัพย์นั้น เป็นรูปแบบหนึ่งของการลงทุนระยะยาวที่มีผู้นิยมทำกันมากในยุคสมัยที่ผ่านมา ใครที่ชอบไปซื้อที่ดินทิ้งๆ ไว้ไกลหูไกลตาและยังไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะดำเนินการตามแผนการที่วางไว้ ต้องรีบไปดูไปสำรวจตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ ของท่านกันบ้าง เพราะหากปล่อยปละละเลยต่อไป อาจมีความเสียหายที่แก้ไขไม่ได้เกิดขึ้น
ลองคิดดูถ้าเรื่องราวเหล่านี้เกิดกับที่ดินของท่านจะทำอย่างไร
?ทิ้งไว้ราว 2 ปีกว่าไม่ได้ไปดู พอไปดูมีเพิงหมาแหงนปลูกอยู่ ที่ดินส่วนหนึ่งเป็นไร่ข้าวโพด อีกส่วนเป็นสวนกล้วย?
?ผมหาที่ดินของตัวเองไม่เจอ มีแต่รั้วแสดงเขตที่ดินของเจ้าของที่ดินด้านซ้ายและขวา สืบไปสืบมา 2 รายนั้นแบ่งที่ดินผมคนละครึ่ง ข้างหนึ่งลงมะขามหวาน อีกข้างหนึ่งลงมะม่วงฟ้าลั่น ผมวิ่งเคลียร์เกือบตายกว่าจะแก้ปัญหาได้?
เรื่องทำนองนี้มีอีกเยอะ เป็นบทเรียนของบรรดาชนชั้นกลางที่พยายามซื้อที่ต่างจังหวัด หวังมีบ้านส่วนตัวไว้พักผ่อนปลายสัปดาห์หรือยามชรา แต่ก็ไม่ได้มีกำลังทรัพย์หรือเครือข่ายสัมพันธ์กับคนท้องถิ่นมากพอ หรือเกิดวิกฤติการงาน ทำให้ไม่สามารถไปดูแลที่ดินของตนเองได้ มัวแต่เอาชนะอุปสรรคอยู่ในกรุงเทพฯ
แล้วจะทำอย่างไร
ก่อนอื่นมาปูพื้นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินให้จิตใจมั่นคง สติและขวัญกำลังใจดีขึ้นกันก่อน จะได้หาทางป้องกันแต่เนิ่นๆ หรือแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาขึ้น
- สิทธิ์ 6 ประการของเจ้าของทรัพย์สิน
- หากครอบครองที่ดินแล้วละเลยจะเกิดผลอย่างไร
- ข้อแนะนำมิให้ที่ดินถูกแย่งไปหรือมีปัญหา
สิทธิ์ 6 ประการของเจ้าของทรัพย์สิน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ให้เจ้าของทรัพย์สินย่อมมีสิทธิ์ 6 ประการ คือ
1. ครอบครอง
2. ใช้สอย
3. จำหน่าย
4. ได้ดอกผล
5. สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากผู้ไม่มีสิทธิจะยึด และ
6. สิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
อย่าลืมว่าที่ดินเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง เจ้าของย่อมมีสิทธิทั้ง 6 ประการครบถ้วน แต่! เรื่องเกี่ยวกับกฎหมายมี “แต่” มี “ข้อยกเว้น” เสมอ โดยเฉพาะผู้ครอบครองที่ดินจะต้องเขียนใส่กระดาษโน้ตแปะไว้ตรงที่เห็นชัดๆ ว่า หากครอบครองที่ดินแล้วละเลยจะเกิดผลอย่างไร หากครอบครองที่ดินแล้วละเลยจะเกิดผลอย่างไร อยากทราบต่อไปก็รอติดตามนะค่ะ

